วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ลดน้ำหนัก เพิ่มความสูง

สาวๆ สมัยนี้ต้องสูงค่ะถึงจะสวย จะขาวหรือดำ ตาโตหรือตาตี่ ขอให้สูงไว้ก่อนจะสวยเอง เสื้อผ้าที่ทำออกมาขาย ส่วนมากทำไว้สำหรับคนสูง กางเกงสวยๆ ล้วนขายาวๆ ซื้อมาใส่แล้วต้องพับขาบ้าง ตัดขาบ้าง ทำอย่างไรดีล่ะค่ะ จึงจะสูงได้มากขึ้น ตามปกติร่างกายของเรา จะสูงขึ้นเร็วมากเมื่อยังเด็ก ระยะแรกเกิดถึง 2 ขวบ จะเป็นช่วงที่สูงเร็วมากค่ะ จึงมีการประมาณความสูงของเด็ก เมื่อโตเต็มที่ได้ จากความสูง เมื่ออายุ 2 ขวบครึ่งไงคะ ถ้าเราได้รับอาหารที่ดี เหมือนเมื่อยังเด็ก และไม่มีโรครุนแรง ที่ทำให้ชะงักการเจริญเติบโต ความสูงเมื่อโตเต็มที่ จะเป็น 2 เท่า ของความสูงเมื่อตอนอายุ 2 ขวบครึ่งค่ะ ฉะนั้นคุณแม่ที่มีลูกเล็กๆ อยากให้ลูกสูง จึงต้องดูแลลูกให้ดี ในระยะแรกเกิดค่ะ ให้ดื่มนมมากๆ และพยายามไม่ให้ติดโรค

สิ่งที่มีผลต่อขนาดของร่างกาย มีอยู่ 3 อย่างด้วยกันคือ
  • พันธุกรรม
  • อาหาร
  • โรคภัยไข้เจ็บ

    ถ้า พ่อแม่สูง ลูกมักจะสูงด้วย แต่บางที ถ้าได้พันธุ์จากปู่ ย่า ตา ยาย ที่ไม่สูง ลูกอาจไม่สูงตามได้ค่ะ อาหารจึงมีความสำคัญมากที่สุด ที่คนเราจะสูงได้เต็มที่ ตามที่พันธุกรรมกำหนด แต่ถึงได้ทานอาหารดี แล้วกลับเจ็บป่วยบ่อย ระยะป่วยที่มีการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ทำให้อาหาร ไม่ได้ทำประโยชน์ ทางด้านการเจริญเติบโต แต่กลับต้องทำหน้าที่ ต่อสูกับโรคแทน การเจริญเติบโต จึงต้องหยุดหรือช้าลง ร่างกายจะสูงได้ ไม่เต็มที่

    คนเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนอายุประมาณ 25 ปี
    ถึง แม้จะเกิน 25 แล้ว ก็ยังจะสูงได้อีกนะคะ แต่น้อยมากค่ะ ในระยะวัยรุ่น ทั้งหญิงและชาย จะสูงเร็วมาก พ่อแม่จะซื้อเสื้อผ้าเผื่อโตให้ลูก เมื่อตอนโรงเรียนเปิด ลูกใส่ชุดนักเรียน ตัวใหญ่เกินตัวมาก แต่ยังไม่ทันสิ้นปี คับ จนแทบจะใส่ไม่ได้แล้วหล่ะค่ะ

    วัยรุ่นต้องการอาหาร มากกว่าวัยอื่นใด ในชีวิต
    แต่ นั่นเป็นเพราะ วัยรุ่นมักมีกิจกรรมมาก จนไม่ค่อยได้รับอาหารเพียงพอ ทำให้อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เป็นลมง่ายค่ะ อาการเป็นลม เป็นกลไกรักษาความปลอดภัย ของมนุษย์ตามธรรมชาตินะคะ ถ้าสมองขาดอาหาร จะสั่งหยุดการทำงาน เพื่อสงวนพลังงาน ถ้ามีเพื่อนนักเรียนคนหนึ่ง เป็นลมในขณะเข้าแถว ในวันที่มีอาจารย์อบรม ยาวเกินไป แสดงว่าเพื่อนนักเรียนคนนั้น อาจเป็นโรคขาดอาหาร หรือไม่ได้ทานอาหารเช้า หรืออดอาหารเอง เพราะกลัวอ้วน นั่นอาจทำให้เขาผอมได้ ดังปรารถนานะคะ แต่จะไม่มีแรงค่ะ ไม่มีประโยชน์เลย ในด้านกิจกรรม ความสนุกสนาน ในช่วงวัยรุ่น การลดน้ำหนักที่เหมาะกับวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว คือการออกกำลังกายค่ะ ทานเข้าไปเถอะค่ะ ให้เต็มที่ ตามที่ปากอยาก แต่เราสามารถทำให้ตัวเองไม่อ้วนได้ โดยใช้พลังงาน ให้มากขึ้นตามไงล่ะค่ะ

    ทุกคนเกิดมา โดยมีพันธุกรรมกำหนดมาแล้ว ว่าจะสูงได้มากน้อยเพียงใด
    การ รับประทานอาหาร ในแต่ละมื้อ แต่ละวันนั้น เป็นความสุขอย่างหนึ่งค่ะ ทุกคนหาความสุขนี้ ได้โดยง่าย ทานอาหารให้อร่อย ขณะเดียวกัน เลือกทาน สิ่งที่จะทำให้มีรูปร่างตามต้องการด้วย ถ้าอยากจะสูง อย่าอดอาหารค่ะ เพราะการอดอาหาร จะทำให้ร่างกาย หยุดการเจริญเติบโตนะคะ

    การทำกิจกรรมต่างๆ ต้องใช้พลังงาน
    แม้ เราจะไม่ได้ทำอะไรเลย ร่างกายก็ยังต้องการพลังงาน เพื่อดำรงชีวิตอยู่ได้ค่ะ การออกกำลังมาก ต้องใช้พลังงานมาก การเดิน ใช้พลังงานมากกว่าการนั่ง การวิ่ง ใช้พลังงานมากกว่าการเดิน ร่างกายต้องใช้อาหาร ให้เกิดพลังงานก่อน ถ้ารับประทานอาหาร ไม่เพียงพอ โปรตีนในอาหาร ก็จะไม่ได้สร้าง และซ่อมแซมเนื้อเยื่อค่ะ ต่อให้ทานโปรตีน และแคลเซียมมาก ก็ไม่ได้ทำให้โตขึ้นนะคะ เพราะเมื่อร่างกาย ใช้โปรตีนสร้างพลังงานหมดแล้ว แคลเซียมที่ได้รับ จะไม่มีประโยชน์ ร่างกายจะขับทิ้งไป เมื่อความต้องการ ด้านพลังงานเพียงพอแล้ว สารอาหาร จึงจะได้ทำหน้าที่สร้าง และซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ และสร้างสารต้านทานโรคค่ะ

    วัยรุ่น ไม่ควรลดน้ำหนัก ด้วยการอดอาหาร
    บาง คน อดอาหารด้วยการทานยา ที่ทำให้เบื่ออาหาร หรือเส้นใย ที่ทำให้พอง เต็มกระเพาะอาหาร ทำให้ทานอะไรไม่ลง นั่นทำให้ลดน้ำหนักได้จริงค่ะ แต่จะอ่อนเพลีย หมดความสนใจ ในสิ่งรอบๆ ตัว และหน้าตาซีดเซียว ไม่น่าดู ควรจะควบคุมน้ำหนัก ด้วยการเลือกชนิดอาหาร และการออกกำลังกาย ดีกว่านะคะ สิ่งที่จะทำให้สูง คือ โปรตีน แคลเซียม และวิตามินต่างๆ จึงควรดื่มนมมากๆ ค่ะ แต่ถ้าไม่อยากเพิ่มน้ำหนักจากนม ก็ให้เลือกดื่มนม ขาดมันเนยนะคะ

    คนที่ดื่มนมไม่ได้
    บาง คน ดื่มนมแล้ว มีอาการท้องเดิน ให้ทานผัก ที่มีสีเขียวมากๆ นะคะ ทานปลาทอดกรอบ เพื่อที่จะได้ทานก้างด้วย ผักคะน้า ยอดแค ใบชะพลู ผักบุ้ง ผักตำลึง ล้วนมีแคลเซียมทั้งนั้นค่ะ พวกยำใส่กุ้งแห้ง เมี่ยงคำ ผักจิ้มน้ำพริก ทำให้ได้ทานผัก กุ้งแห้ง กะปิ ซึ่งมีทั้งโปรตีน แคลเซียม และวิตามินต่างๆ อาหารพวกนี้ ไม่ใส่น้ำมัน รับประทานได้มาก โดยไม่ต้องกลัวอ้วน นอกจาก จะสร้างกระดูก เพิ่มความสูงแล้ว อาหารที่มีผักมาก ยังช่วยบำรุงผิว ให้สวยอีกด้วยค่ะ

    ทานอาหารทะเล ผัก ผลไม้และนมแล้ว ยังน้ำหนักเกินมาตรฐาน
    ต้องออก กำลังกายค่ะ ทำในสิ่งที่ชอบ อย่าฝืนใจ อาจเปิดเพลงเร็วๆ เต้น หรือ กระโดด เล่นเทนนิส แบดมินตัน ว่ายน้ำ ออกกำลังกายอย่างน้อย สัปดาห์ละ 4 วัน วันละอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ถ้าอายุยังไม่ถึง 18 อ้วนไปนิดอย่าตกใจค่ะ เมื่อสูงขึ้นแล้ว จะพอดี ไม่ผอมมากเกินไป

    หมั่นชั่งน้ำหนักตัว ตรวจสอบความสูง ให้เหมาะสม กับน้ำหนัก
    น้ำหนัก ตัว โดยมาตรฐานแล้ว ควรจะใกล้เคียง กับความสูง วัดเป็นเซนติเมตร ลบด้วย 100 ถ้าสูง 150 เซนติเมตร ควรจะน้ำหนักใกล้ๆ กับ 50 กิโลกรัม ไม่ควรผอมมาก เพราะจะทำให้ไม่มีอาหารในตัวพอ ที่จะยืดให้สูงได้ อย่าให้เกินนี้ เพราะมากเกินไปแล้ว ต่อไปจะลดได้ยากนะคะ แล้วก็อย่าลืม เรื่องการออกกำลังกาย การเดินเร็วๆ เป็นการออกกำลังกาย ที่ดีที่สุด สำหรับคนไม่ชอบ หรือไม่มีเวลา เล่นกีฬา ลดน้ำหนักได้ โดยไม่ต้องเสียเงิน รับรองว่าสูงได้แน่ค่ะ
  • ไวรัสคอม ตัวใหม่ ล่าสุด โคตรโหด

    ไวรัส คอม ตัวใหม่ ล่าสุด โครตโหด! คำเตือนจากไมโครซอฟท์ (www.microsoft.com) และแม็คอาฟี (www.mcafee.com)

    เพิ่งพบไวรัสตัวใหม่ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายมากที่สุดเท่าที่มีมา แม็คอาฟีเพิ่งพบไวรัสตัวนี้ เมื่อบ่ายวานนี้ (วันที่เริ่มกระจายข่าว) และยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสนี้ได้โดยไวรัสนี้จะทำลาย เซคเตอร์ซีโร่ในฮาร์ดดิสค์ ซึ่งเป็นที่เก็บข้อมูลการทำงานที่ขาดไม่ได้

    การทำงานของมันเป็นดังนี้:
    มันจะส่งตัวเองโดยอัตโนมัติไปยังทุกรายชื่อที่คุณติดต่อ โดยใช้หัวข้อ A Virtual Card for You (คล้ายเวลาเราได้การ์ดอินเทอร์เน็ตจากเพื่อน) ทันทีที่เปิดสิ่งที่ส่งมานี้คอมพิวเตอร์จะหยุดทำงาน เพื่อผู้ใช้จะต้องบู๊เครื่องใหม่ และเมื่อกดปุ่ม Ctrl+Alt+Del หรือปุ่มรีเซ็ท ไวรัสนี้ก็จะทำลายเซ็คเตอร์ซีโร่ ซึ่งจะเป็นการทำลายฮาร์ดดิสก์อย่างถาวร

    ทั้งนี้ ตามการรายงานของ CNN (www.cnn.com) ดังนั้น อย่าเปิดจดหมายใด ๆ ที่ใช้หัวข้อว่า A Virtual Card For You ให้ลบทิ้งทันที และกรุณาส่งจดหมายนี้ต่อไปยังเพื่อน ๆ ของคุณ ส่งให้ทุกคนใน address book นอกจากนั้น อินเทลรายงานว่าเพิ่งพบไวรัสตัวใหม่ที่เป็นอันตราย ถ้าคุณได้รับจดหมายหัวข้อ An Internet Flower For You อย่าเปิด แต่ให้ลบทิ้งทันที ไวรัสนี้จะทำลายข้อมูลเชื่อมโยง dynamic link libraries (ไฟล์ .dll )ทั้งหมด และ คุณจะ boot เครื่องไม่ได้


    ไลฟสไตล์มรณะ

    มะเร็งร้ายคอยแทรกตัวเข้าไปในหลอดเลือด เพื่อเกาะไปกับกระแสเลือดให้พามันไปฝังตัวตามอวัยวะสำคัญของร่างกายทุกที่ ที่เลือดไปเลี้ยงถึงเซลล์ มะเร็งเป็นคล้ายสัตว์กินเนื้อที่ดำรงชีพอยู่ได้ด้วยการแตกรากออกไปดูดกินสาร อาหารจากในร่างกายจนทำให้ผ่ายผอมและกลายเป็นรังมะเร็งในที่สุด

    แต่ ถ้าท่านยังไม่อยากสร้างสิ่งมหัศจรรย์ในกายประเภทสวนลอยแห่งมะเร็งไว้แข่งกับ บาบิโลน ก็ขอให้เลี่ยงวิถีที่จะเปลี่ยนกายให้เป็นแม่เหล็กดูดมะเร็งชั้นดีขอให้ เลี่ยงพฤติกรรมที่มะเร็งโปรดทั้งหลายต่อไปนี้ครับ

    1) นอนดึก
    ทำ ให้ไม่มีฮอร์โมนต้านมะเร็งหลั่งออกมานอกจากนั้น ยังจะทำให้เกิดโรคร้ายอื่นได้ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันสูงและโรคอ้วนด้วยว่าเมื่อนอนดึกแล้วมักจะหิว และต้องหาของขบเคี้ยวมากินแก้ปากว่างกัน

    2) คึกสูบบุหรี่และขี้เหล้า
    ทั้ง สองสิ่งนี้ทำให้ปอดและตับทำงานหนัก แม้จะสูบซิการ์ซึ่งมีนิโคตินต่ำกว่าบุหรี่ก็ตามที หรือดื่มเหล้าแบบกลั่นอย่างดีของฝรั่ง แต่ตัวมันเองก็สร้าง"สนิมมะเร็ง" ออกมาไม่น้อย ทำให้คนที่เสพทั้งแก่เร็วและตายไวได้จากโรคมะเร็งครับ

    3) เอาแต่ไขมันเข้าปากและอยากแต่เนื้อแดง
    ไขมัน อิ่มตัวและโปรตีนจากเนื้อนั้นเป็นแหล่งอาหารชั้นหนึ่งของมะเร็ง ที่จะใช้เจริญเติบโตได้ไม่แพ้ทารกเกิดใหม่ มันจะสร้างหลอดเลือดยื่นไปดูดกินเลือดเนื้อของเราจนแทบไม่เหลือเลือด อันสมบูรณ์ไปเลี้ยงอวัยวะอื่น ตัวเราจึงผอมเอาๆ ตรงข้ามกับมะเร็งกาฝากที่โตไว ไม่มีลิมิต ชีวิตหดหู่แน่

    4) แฝงด้วยเครียดจัด
    จนมีสารทุกข์หลั่งออกมาหล่อเลี้ยงมะเร็งให้โตขึ้นเร็วราวกับน้ำมันราดบนกองไฟให้คุโชนขึ้น

    5) ไวรัสตับอักเสบบีและมีภูมิแพ้ที่รักษาไม่หาย
    ดัง ที่กล่าวไปว่าถ้าภูมิดีก็มีพลังต้านมะเร็งได้ตั้งแต่ในเซลล์แรกที่อุตริเกิด ขึ้นมา ด้วยตามปกติในกายเราก็มีเซลล์แบบมะเร็งนี้เกิดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ ทุกวัน

    6) ปล่อยกายให้อ้วน
    สร้างให้เกิดธาตุแก่ออกมาแช่อิ่มอวัยวะภายในร่างกาย และไขมันตามตัวยังสร้างให้เกิดฮอร์โมนกระตุ้นให้มะเร็งแบ่งตัวดีขึ้นด้วย

    7) ล้วนขาดวิตามิน
    ด้วยวิตามินทำหน้าที่ต้านเชื้อมะเร็งให้ดับเป็นจุณไปก่อนที่จะเผยอหน้าขึ้นมาแบ่งตัวปนเปไปในร่างกายเรา

    8) กินของร้อนจัดไป
    เช่น ซดชาร้อนหรือกาแฟร้อนจัดประเภทควันฉุย จะไปลวกให้เซลล์หลอดอาหารอักเสบอยู่ทุกบ่อย เมื่ออักเสบเป็นอาจิณก็จะมีโอกาสเปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็งง่ายขึ้น

    9) ทำให้คอเลสเตอรอลลดต่ำ
    พบว่าถ้าต่ำเกินไปก็ไม่ดีครับ มีผลกับภูมิคุ้มกันที่แย่ลง เมื่อภูมิต่ำแล้วก็จะหมดปัญญาต้านเซลล์มะเร็งที่จะเข้ามาหา

    10) ทำกลั้นปัสสาวะ
    น้ำ ปัสสาวะเป็นของเสียยิ่งอยู่นิ่งเป็นเวลานานจากการอั้น มันก็ไม่ต่าง อะไรกับน้ำนิ่งในคลองแสนแสบ ซึ่งทิ้งไว้ไม่นานจะกลายเป็นน้ำเน่าแต่ถ้าเน่าในกระเพาะฉี่เรา ก็มีผลให้เกิดเซลล์มะเร็งงอกขึ้นมาได้

    11) ปะทะเค็มจัด
    พบว่าสิ่ง มีชีวิตที่ทานอาหารเค็มมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงกว่าโดยเฉพาะในอาหารจำพวก เนื้อเค็ม เนื้อแห้ง หมูแดงที่นอกจากเค็มแล้ว ยังมีสีแดงดีจากดินประสิวอีกด้วย

    12) ประวัติมะเร็งในครอบครัว
    มะเร็ง ร้ายในครอบครัวบางอย่างสามารถถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมได้แม้จะไม่ใช่อสังหาริม ทรัพย์ แต่ต้องรับไว้ด้วยความไม่เต็มใจ เช่นมะเร็งเต้านม, มะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าป้องกันไว้ดีๆ แล้ว บางทีก็ไม่เกิดขึ้นมาครับ

    13) ตัวตากแดดบ่อย
    แสง แดดเป็นรังสีที่กระตุ้นอณูเซลล์ของคุณให้สะดุ้งตกใจจนเครื่องในรวนหมดครับ เมื่อเครื่องในรวนแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะคุมการแบ่งตัวได้ ทำให้แบ่งต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง กลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

    14) ไม่ค่อยช่วยใคร
    ถ้า พูดให้ง่ายเข้าคือ เห็นแก่ตัวและไม่ค่อยได้ทำบุญนั่นเอง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้หมั่นช่วยเหลือผู้อื่นจนชินแล้ว เรามักไม่ค่อยได้นึกถึงตัวเองนัก และเมื่อไม่หมกมุ่นกับตัวเองแล้ว ก็ไม่ค่อยเกิดความ"อยาก" อันนำไปสู่ความเครียดร้อนอกร้อนใจ หรือถ้าไม่มีเวลา ก็แค่อนุโมทนากับบุญที่เราได้พานพบ ก็ทำให้มี "สารสุข" หลั่งออกมาเสริมภูมิรู้สู้มะเร็งแล้วครับ


    เพิ่มความจำให้สมอง

    'สมอง' ก็เหมือนส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ที่ต้องออกกำลังบริหารอยู่เสมอ เพื่อให้คงอยู่ในสภาพดี นอกจากจะส่งผลให้สมองโลดแล่นแล้ว ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพของการจดจำด้วยสำหรับใครที่เป็นคนขี้หลงขี้ลืม อาจเป็นเพราะละเลยการบำรุงสมองไป ‘เกร็ดน่ารู้’ สัปดาห์นี้ มีวิธีเพิ่มความจำให้สมอง ด้วยหลักปฏิบัติง่าย ๆ มาฝากกัน1.อาหารเพิ่มความจำ อยู่ในอาหารกลุ่มวิตามินบี เช่น นมพร่องมันเนย กล้วย ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วต่าง ๆ ผัก ผลไม้ ช่วยป้องกันสมองเสื่อม ความจำเลอะเลือน- กลุ่มธาตุเหล็ก เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล มีผลต่อไอคิว ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองซีกซ้าย ซึ่งเกี่ยวกับระบบการคิด- ไข่แดง ตับ ถั่วลิสง เนยถั่ว บำรุงเซลล์สมอง- ปลาที่มีโอเมก้า 3 อาทิ ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และปลาแมคคอเรล ช่วยป้องกันความจำเสื่อม2.ออกกำลังเพิ่มความจำ การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ควรออกกำลังกายให้หลากหลายประเภท เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ของสมองจากการฝึกฝนทักษะใหม่ ๆ เช่น การเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน เต้นแอโรบิก หรือว่ายน้ำ เป็นต้น3.นอนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เซลล์ประสาทจะสื่อสารกันได้มากขึ้น ส่งผลต่อการเรียนรู้และความจำ4.บริหารสมอง อาทิ การเล่นหมากรุก หมากล้อม เล่นเกมคอร์สเวิร์ด ฯลฯ ซึ่งต้องใช้ความคิด เซลล์สมองจะเจริญเติบโตมากขึ้น ความสามารถในการจำก็จะดีขึ้นด้วย หลักง่าย ๆ ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เพียงเท่านี้...ไม่ว่าจะอายุมากแค่ไหน สมองก็ยังมีประสิทธิภาพ ความจำก็ยังดีอยู่เสมอ.

    8 อาหารธรรมชาติช่วยรักษาสุขภาพ

    1. บร็อคโคลี:เป็นผักในตระกูลกะหล่ำประโยชน์ของบร็อคโคลีมีเยอะมากเช่น- ช่วยป้องกันมะเร็ง- อุดมไปด้วยวิตามินซี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยให้ผนังเส้นเลือดแข็งแรง- สารกลูตาทอน ลดการเสี่ยงการเกิดไขข้ออักเสบ เบาหวาน และโรคหัวใจช่วยเพิ่มภูมิคกุ้มกันของร่างกายลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยลดความดันโลหิตสูง- ป้องกันการเกิดต้อกระจกเพราะบร็อคโคลีมีเบต้าแคโรทีนสูง*ขนาดรัปประทาน: บร็อคโคลี1/2 ถ้วยต่อสัปดาห์2. กระเทียม: ช่วยลดคอเลสเตอรอล มีฤทธิ์ช่วยป้องกันการแข็งตัวและการอุดตันของหลอดเลือด มีฤทธิ์ฆ่าเชี้อและมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านม*ขนาดรับประทาน:การป้องกันโรคหัวใจรับประทานวันละ 1 กลีบ โดยทั่วไปให้ทานทุกวันไม่จำกัดปริมาณ3. ถั่วแดง เป็นอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงมาก จึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการกเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ช่วยลำรุงโลหิตป้องกันความผิดปกติของทารกในครรภ์ป้องกัน การเกิดโรคหัวใจได้*ขนาดรับประทาน:ควรรับประทาน 1 ถ้วยต่อวัน4. นมพร่องมันเนย เป็นแหล่งที่มีแคลเซี่ยมสูงที่ปปลอดไขมัน ป้องกันภาวะกระดูกพรุน ประกอบด้วยโปตัสเซี่ยม และแมกนีเซี่ยมช่วยลดความดันโลหิตสูง*ขนาดรับประทาน:คนวัยหนุ่มสาวต้องการแคลเซี่ยมวันละ 1 000 mg วัยสูงอายุต้องกสนเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 1 500 mg5. ส้ม มีวิตามินซีสูงเส้นใยอาหารสูงช่วยป้องกันไข้หวัดลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยในการสร้างกกระดูก ป้องกันการเกิดนิ่วในไตป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และยังมีสารที่ช่วยปป้องกัน มะเร็งเต้านม*ขนาดรับประทาน:ควรทานส้มวันละ 1-2 ผลเป็นประจำ6. ปลาแซลมอน มีน้ำมันปลาที่เรียกว่า Omega-3s สูงช่วยป้องกันโรคหัวใจช่วยควบคุมอาการไขข้ออักเสบช่วยลดอาการปวดรอบเดือน และยังช่วยระงับกาการซึมเศร้าได้ดวย*ขนาดรับประทาน:สัปดาห์ละ 3 ออนซ์7. เต้าหู้ ช่วยลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอลมีสารแอสโตรเจนธรรมชาติจากพืชช่วยป้องกันกระดูกพรุน มะเร้งเต้านม ช่วยให้ไตทำงานได้ดี*ขนาดรับประทาน: 30-50 mg หรือ1/2 ถ้วย8. ซอสมะเขือเทศ ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งเต้านมได้ดี*ขนาดรับประทาน:รับประทานได้ปริมาณตามใจชอบเป็นประจำทุกวันเห็นประโยชน์ของอาหารพวกนี้แล้วใช่ไหมค่ะลองหันมารับประทานอาหารเหล่านี้ดูบ้างเพื่อสสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง

    ประโยชน์ของการหัวเราะ

    - ความดันโลหิตลดลง- ฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียดลดลง ขณะเดียวกันการทำงานของฮอร์โมนต่าง ๆ ก็เป็นปกติ- กระตุ้นระบบภูมิชีวิต (Immune system) ทำให้ T-celll ซึ่งเป็นทหารประจำตัว คอยกำจัดเชื้อโรคเพิ่มจำนวนขึ้น รวมถึงแอนตี้บอดี้อื่น ๆ ในร่างกายด้วย- คลายความเจ็บปวด อารมณ์ขันทำให้ผู้ป่วยลืมความเจ็บปวด และยังกระตุ้นการสร้างเอ็นดอร์ฟินในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนระงับปวดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว- กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ขณะที่หัวเราะ กล้ามเนื้ออื่น ๆ ที่ไม่ได้สัมพันธ์กับการหัวเราะ จะผ่อนคลาย และเมื่อหยุดหัวเราะ กล้ามเนื้อที่สัมพันธ์กับการหัวเราะ ก็จะผ่อนคลาย เป็นการทำงานสองขั้นตอน- หายใจดีขึ้น การหัวเราะบ่อย ๆ ทำให้ปอดโล่ง หายใจได้ลึกขึ้นดีมาก ๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการหายใจรู้อย่างนี้แล้ว หันมาผ่อนคลายจิตใจ หัวเราะให้บ่อยขึ้น แต่อย่ามากกว่าปกติ เดี๋ยวคนรอบข้างจะหาว่า...ไม่รู้ตัว